บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ประกอบโรคศิลปะ

เก็งข้อสอบประกอบโรคศิลปะปี53

รูปภาพ
เก็งข้อสอบนะครับไม่ใช่รั่ว เภสัช กับการนวด ภาคทฤษฎีแบบมีตัวเลือก เนื่องจากว่ามีเวลาในการออกข้อสอบน้อย กรรมการที่ออกข้อสอบน่าจะ เอาข้อสอบเก่ามาออกใหม่ครับใครมีข้อสอบปีก่อนๆ และครั้งที่ยกเลิกสอบก็ลองเอามาอ่านกันนะครับ ว่าจะหามาลงอยู่ครับ สำหรับนวด เน้นอ่านที่ เวชกรรมเล่ม3 ของกองประกอบนะครับถึงมันจะพิมพ์ผิดเพียบแต่ก็น่าจะออกเล่มนั้นหลายข้อครับ สอบข้อเขียนนวด น่าจะมี5ข้อครับ ดังนี้ 1 เส้นประธาน10 อาจให้วาดรูป หรือ เขียนบรรยายบอกทางเดินเส้นประธาน ตารางสรุปจากอาจารย์ท่านนึงครับสรุปดีครับ 2 ให้อาการมาแล้วให้บอกชื่อโรค การตรวจ การรักษา และให้คำแนะนำอาจออกได้2-3ข้อ - อาจออกโรค ปวดบ่า ปวดหลัง ไหล่ติด ท้องผูก ปวดท้องประจำเดือน การเขียนตอบ ให้ตอบแบบละเอียดเช่น ถ้าให้อาการมาว่า คนไข้ปวดท้องน้อยเป็นมา1วัน และมีประจำเดือนวันแรก เลยเคยมีอาการเช่นนี้เป็นประจำทุกเดือน..... ตอบ - การตรวจ ซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของสีเลือด อาการปวดอื่นๆ คลำบริเวณที่ปวดพบอะไร - การวินิจฉัยโรค ปวดท้องประจำเดือน - การรักษา ก็เขียนตามที่แต่ละท่านเรียนมาครับ - คำแนะนำ ให้ประคบความร้อนที่ท้องน้อย หลังช่วงเอว ...

เกร็งข้อสอบเองซะเรา

เอาละครับ หลังจากวันออกข้อสอบก็ได้ทราบว่าคนที่ออกข้อสอบนวดแผนไทยปีนี้คือ นายแพทย์จรัญ กับอ.ทางเวชกรรมไทยอีกหนึ่งท่าน ทั้งสองท่านเปิดหนังสือออกข้อสอบ และผมเชื่อว่าต้องเอาแนวข้อสอบเก่ามาปรับปรุงด้วยแน่นอน เพราะใช้เวลาออกข้อสอบอยู่สองวันออกใหม่หมดมันออกยากครับ 100ข้อ4ตัวเลือก แนะทางน่าจะเป็นดังนี้ กฎหมาย 20ข้อ ออกตรงๆไม่ซับซ้อน (อันนี้เดี๋ยวสอบเวชวันที่1ก็จะทราบว่าออกอย่างไรเพราะจะต้องออกคล้ายกันคนออกก็คนเดียวกันครับ) ประวัติแพทย์แผนไทย3-5ข้อ คำถามเช่น จางวางกรมหมอนวดมีศักดินากี่ไร่ คัมภีร์แพทย์ฉบับหลวงเกิดขึ้นในสมัยใด ยาที่ให้ประกอบการนวด 5-7ข้อ คำถามเช่น วิธีการและข้อควรระวังในการ ประคบ อบสมุนไพร ยา9รสรสใดมีผลต่อเส้นเอ็น จรรยาวิชาชิพและแนวคิด 1-3ข้อ ไปท่องเอาครับมี10ข้อ แนวคิดดูในนวดไทยเล่ม๑ กายวิภาค ข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ 2-3ข้อ หน้าที่ องศาการเคลื่อนไหวของข้อกระดูก ทฤษฎีการแพทย์แผนไทย 3-5ข้อ คำถามเช่น ขันธ์๕ ประกอบด้วยอะไร มหาภูตรูป๔ คืออะไร จำคำแปลของธาตุทั้ง๔ไว้ด้วยก็ดีครับ เส้นสิบ คาดว่าออกเยอะ คำถามเช่น ชื่ออื่นๆของเส้นสิบ อุรัง(จันทภูสัง) ลมประจำเส้นต่างๆ ตัวอย่าง ลมจันทกลา ...

วิจารณ์ตำราเวชกรรมกองประกอบ

รูปภาพ
วิจารณ์ตำราแพทย์แผน โบราณทั่วไป สาขาเวชกรรม กองประกอบโรคศิลปะ เล่ม๓นะครับมันมีจุดที่พิมพ์ตกหล่นอยู่บางจุดนะครับ จริงๆก็ทราบมานานแล้วแต่ก็เขียนเอาตอนนี้เพราะเป็นช่วงที่สอบนวด และหนังสือเล่มนี้ใช้ออกข้อสอบ ที่เขียนไม่ได้มีเจตนาจะว่าใครทำผิด(เพราะป่านนี้คงรู้ตัวแล้ว)แต่ต้องการให้นักเรียนนักศึกษาทราบเองไว้เท่านั้นเองครับ เพราะมันก็พลาดกันได้^_^ ดูรูปประกอบคงจะพิมพ์ผิด (หน้า๑) เวลาอ่านก็คลิกที่รูปนะครับ เพราะว่า 27 กันยายน พ.ศ. 2230 คณะราชทูตไทยโดย ออก พระวิสูตรสุนทร (ปาน) เป็นหัวหน้า พร้อมด้วยคณะราชทูตฝรั่งเศส ชุดที่สองมี ม. เดอลาลูแบร์ เป็นหัวหน้า มาถึงประเทศไทย ตรงกับสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนอีกอันพิมพ์ตกไปหลายบรรทัด (หน้า๒๐) เติมส่วนที่ขาดไปให้ครับ

ฝึกกำลังนิ้วมือ

รูปภาพ
ในการนวดไทยสายราชสำนักที่ผมได้เรียนมาใช้เพียงมือและส้นมือในการนวดเท่านั้น ต่างจากการนวดแบบอื่นที่สามารถฝึกใช้ศอก เข่า เท้า(ตีน)ในการนวดได้ ดังนั้น แพทย์ผู้ฝึกการนวดสายราชสำนักจะต้องฝึกกำลังนิ้วมือ และหน้าท้องให้แข็งแรงโดยมีวิธีการฝึกที่สึบทอดต่อกันมาสองวิธิดังนี้ 1. บีบเทียนขี้ผึงแท้ 2. การยกกระดาน บีบเทียนขี้ผึงแท้ ตามตำรา ใช้เทียนหนัก 12บาท บีบจนกว่าเทียนจะนุ่มลงและสามารถใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วทั้งสี่บีบทะลุถึงกันได้ (ความเห็นส่วนตัวเทียน 12บาทก้อนใหญ่ครับเท่ากำปั้นผมได้บีบไม่ไหวผมบีบ8บาทก็ใช้ได้แล้วดูรูปประกอบ) การยกกระดาน ผู้ฝึกนวดไทยสายราชสำนักนั่งขัดสมาธิเพชร(สองชั้น) แล้วโหย่งนิ้วทั้งห้าวางมือเป็นรูปถ้วยไว้ข้างลำตัวแล้วยกให้ตัวลองขึ้นให้ได้นาน 60วินาทีเป็นอย่างน้อย ถ้าสามารถฝึกจนชำนาญสามารถยกด้วย สามนิ้ว สองนิ้ว หรือนิ้วเดียวได้ครับ(ดูรูปประกอบ) เกร็ดความรู้ในการฝึกโยคะก็มีการใช้ท่ายกกระดานด้วยเช่นกันครับ

การนวดสายราชสำนักตระกูลอ.ณรงค์สักข์

รูปภาพ
การนวดสายราชสำนักตระกูลอ.ณรงค์สักข์ ชื่อนี้คนในวงการแพทย์แผนไทยคงจะรู้จักกันแน่นอนครับแต่ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะงงว่า"คืออะไรหรือ" แล้วต่างจากการนวดที่เคยรู้จักอย่างไรละ การนวดสายราชสำนักตระกูลอ.ณณรงค์สักข์ ปัจจุบันเป็นการนวดสายราชสำนักที่แพร่หลายมากที่สุดเน้นด้านการรักษาโรคและบำบัดอาการปัจจุบันใช้กันทั่วไปในโรงพยาบาลและคลินิกการเรียนการสอนจะมีทั้งจัดในระบบสถาบัน มหาวิทยาลัย และการอบรมการนวดระยะสั้นเช่นหลักสูตร372ชั่วโมง 800ชั่วโมง มีขีดความสามารถในการรักษาโรคในระบบต่างๆเช่น โรคข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท ทางเดินอาหาร อวัยวะสืบพันธุ์